เงื่อนมงคล หรือ เงื่อนอนันตภาคย์ (The Endless Knot)

March 21st, 2008

เงื่อนมงคล หรือ เงื่อนอนันตภาคย์ (The Endless Knot) ที่เรียกแบบนี้เพราะเป็นเงื่อนที่ไม่มีจุดเริ่มต้น และสิ้นสุด เป็นเงื่อนที่มีลักษณะเชื่อมต่อกันตลอด

img_5992.jpg

ในทางศาสนา เงื่อนมงคล หรือเงื่อนอนันตภาคย์ (The Endless Knot) จึงเป็นสัญลักษณ์ของความรู้แจ้งอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระผู้มีพระภาคเจ้า

สันนิษฐานว่ามาจากสัญลักษณ์งูโบราณ 2 ตัว
ซึ่งหมายถึง ความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ และส่งผลกระทบซึ่งกัน ระหว่าง 2 สิ่งที่ตรงข้ามกัน และนำไปสู่การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ในทางโลกจึงหมายถึงความรักที่มั่นคงยืนยาว เป็นสัญลักษณ์ของความรักนิรันดร์ เป็นเครื่องกระตุ้นความโรแมนติกในชีวิตสมรสให้คงอยู่ตลอดไป

คนจีนยังเชื่อว่า เงื่อนมงคล หรือ เงื่อนอนันตภาคย์ (The Endless Knot) เป็นเงื่อนนำโชคลาภอีกด้วยจะนำโชคลาภมาให้ผู้เป็นเจ้าของ มีชีวิตที่ยืนยาวและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์ยาก หรือความทรมานใดๆ บ้างก็ใส่เงื่อนมงคลไว้ในกระเป๋าสตางค์ เพราะเงื่อนมีลักษณะคล้ายเลข 8 วนไปวนมาคือการหมุนเงินที่ไม่เคยจบสิ้น จะได้มีเงินใช้ไม่ขาดมือค่ะ

เอาแบบง่ายสุดก่อนนะคะ หัดแบบนี้ให้คล่องกันก่อน แล้วค่อยไปต่อจ๊ะ สำหรับการทำให้สวยงาม ต้องหัดทำหลายๆรอบ ทำไปเรื่อยๆหาเชือกที่ไม่ลื่นเกินไป จะได้จับได้ง่ายๆค่ะ อย่าเพิ่งท้อในการทำสามสี่ครั้งนะคะ เพราะการผูกเงื่อนแบบนี้ต้องใช้การจัดเชือก การดึงให้เหมาะสม

อุปกรณ์ ทำ เงื่อนมงคล หรือ เงื่อนอนันตภาคย์ (The Endless Knot) ก็คือเชือกอย่างเดียวเลย แล้วของตกแต่งก็หาเพิ่มเอาตามใจชอบนะคะ

ถักหุ้มเบี้ยแก้ ตะกรุด

March 17th, 2008

img_5875.jpg

ใหนๆลงเรื่องนี้แล้วหาเรื่องนี้มาเสริมเป็นความรู้นิดหน่อย ( ของตัวเองด้วยเพราะปกติไม่รู้เรื่องเลย มีคนมาให้ถักก็ถักให้ รู้แค่ว่าเป็นเครื่องราง ของขลัง เวลาถักต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ )

IMG_5214.jpg

เบี้ย คือโยนีพระแม่อุมา ต้องนับฟันที่บริเวณปากหอยให้ได้ 32 ซี่
ภายในเบี้ย เกจิอาจารย์จะบรรจุด้วยปรอทซึ่งดักมาได้จากแหล่งน้ำครำ โบราณมีวิธีการจับปรอทโดยนำไข่เน่าไปทิ้งไว้ในน้ำครำไม่ช้าปรอทจะกิน
ไข่เน่าจนเต็ม หรือ ดักจับในอากาศ นำมาปลุกเสก
บางแห่งอาจจะใส่ทรายเสก แผ่นตะกั่วลงอักขระชิ้นเล็กๆ ลงไปด้วย เวลาเขย่าจึงได้ยินเสียงปรอทดังขลุกๆ เสียงหนักเบาขึ้นอยู่กับปริมาณของปรอทที่บรรจุในเบี้ย

ปรอทในเบี้ยต้องมีน้ำหนัก 1 บาท พอดี ดังนั้นขนาดของเบี้ยจะไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป

เนื่องจากปรอท เป็นของเหลวลื่นไหลได้ การจะนำปรอทมาบรรจุเบี้ยแก้ เกจิอาจารย์จำต้องมีพระเวท
เข้มขลัง เพราะต้องใช้พระเวทฆ่าปรอทหรือบังคับให้ปรอทรวมตัวกันอยู่ในเบี้ยเบี้ยแก้

เมื่อบรรจุปรอทเรียบร้อยแล้ว จะต้องอุดเพื่อไม่ให้ปรอทไหลออกมา ซึ่งแต่ละแห่งจะมีวิธีการอุดแตกต่างกันไป เช่น

เบี้ยแก้ของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี สืบต่อมาจนถึงหลวงปู่เจือ ใช้ชันโรงใต้ดินที่ปลุกเสกแล้ว อุดยาบริเวณปากร่องใต้ท้องเบี้ย
ชันโรง คือรังของผึ้งตัวเล็กๆ ที่ทำรังบนพื้นดิน (ปกติผึ้งชนิดนี้ทำรังบนต้นไม้) เป็นของศักดิ์สิทธิ์ หายาก
ชันโรงนี้มีความน่าทึ่ง ตรงที่ทนแรง Shock Load ของปรอทที่ไหลไปมาได้ โดยไม่หลุดออก

เบี้ยแก้หลวงปู่รอด วัดนายโรง อ.ตลิ่งชัน กทม.ใช้แร่ตะกั่วหุ้ม แล้วลงอักขระลงบนพื้นตะกั่วรอบตัวเบี้ย

แล้วจึงหุ้มด้วยวัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ผ้าแดงลงอักขระเลขยันต์ แผ่นตะกั่ว แผ่นทองแดง วัสดุที่ใช้หุ้มหรือปิดนี้ก็ต้องลงอักขระเลขยันต์และปลุกเสกกำกับด้วย

จากนั้นบางแห่งอาจนำไปถักหุ้ม เป็น 2 แบบ แบบแรกถักหุ้มทั้งตัวเบี้ย แบบที่ 2 ถักเหลือเนื้อเป็นวงกลมไว้หลังเบี้ย
จากนั้นก็เอาด้ายถักหุ้ม ใช้ลวดทองแดงขดเป็นห่วงไว้คล้องคอหรือร้อยเชือกคาดเอว
บางแห่งก็หุ้มเลี่ยมด้วยเงิน ทอง หรือนาก

จากนั้นเกจิอาจารย์ผู้สร้างจะนำไปปลุกเสกกำกับอีกครั้งจึงสำเร็จขั้นตอนการทำเบี้ยแก้

อิทธิคุณของเบี้ยแก้

งานต่างหู เชือกเทียนค่ะ

February 19th, 2008


ใครขอไว้อย่าลืมมาดูนะจ๊ะ ยุลองทำดูให้พอเป็นไอเดียเนอะ แล้วไปต่อยอดกันเองนะคะ เวลาไม่ค่อยมีเลยทำมาได้นิดหน่อยเอง

ทำไปทำมาชักซ้ำๆเลยพอดีกว่า คราวนี้เน้นการใช้ ลูกปัด ทองเหลือง ประหยัดหน่อย เดี๋ยวนี้เงินมัน แพงอ่ะนะ ใครใส่ ทองเหลือง ขึ้นจะสวยมากสีทองขึ้นเงาสวยเลย ยุชอบมากกว่าเงินอีกอ่ะ แต่แบบของ ลูกปัด ทองเหลือง มันมีน้อย จี้ยิ่งไม่มีเลย มีแต่พวกกระดิ่ง ทองเหลือง แต่ใครใส่แล้วดำก็ต้องขยันขัด ลูกปัด ทองเหลือง กันบ่อยหน่อย

เดี๋ยวมีไอเดียใหม่ๆแล้วค่อยทำใหม่นะคะ

1.ชิ้นแรกใช้การถักโครเชท์ ยากตรงถักให้มันเหมือนกัน2ข้างเนี่ยล่ะ เพราะจำไม่ได้ว่าข้างแรกถักยังไง
ไม่ค่อยถนัดเลยโครเชท์เนี่ย

IMG_0366.jpg

Dream Catcher

January 14th, 2008

ก่อนอื่น ขอโทษ ทุกคนเลยจ๊ะที่หายไปนานนนนนน (รีบขอโทษไว้ก่อนจะได้ไม่โกรธกัน 555)
เอาเรื่องนี้ก่อนเพราะอ่านเจอพอดีเลย ประกอบกับเป็นงานที่อยากลองทำมานานแล้วด้วย
ขอรวบรวมความเชื่อเกี่ยวกับ Dream Catcher (ตาข่ายดักฝัน) สักหน่อยนะคะ เอาแบบย่อๆก็พอ เพราะไม่ค่อยสันทัดเท่าไหร่

Dream Catcher (ตาข่ายดักฝัน) มีต้นกำเนิดมาจากความเชื่อของอินเดียนแดงในอเมริกา ชาวอินดียนแดงจะนับถือธรรมชาติ และใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่นหนังสัตว์ และขนนก มาสร้างสรรอุปกรณ์สื่อพลังจิต ขนนกแต่ละชนิด จะมีคุณสมบัติทางพลังจิตต่างกันออกไป

Dream Catcher (ตาข่ายดักฝัน) จะใช้วัสดุตามธรรมชาติมาประดิษฐิ์ขึ้นมา เป็นวงกลมแล้วใช้หนังสัตว์พันไว้ ตรงกลางถักเป็นตาข่ายเป็นรูปกากบาทตัดกันซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางพลังจิต ติดขนนกเพื่อเป็นสื่อรับพลัง

Dream Catcher (ตาข่ายดักฝัน) เชื่อกันในหมู่อินเดียนแดงว่าเป็นเหมือนเครื่องกรองพลังงานไม่ดีและยังดูดพลังงานที่ดีได้อีกด้วย
จึงนิยมเรียกกันว่า ตาข่ายดักฝัน จึงนิยมแขวนไว้ในห้องนอนเพื่อดักจับฝันร้าย และมีแต่ฝันดีๆ

วัสดุที่เอามาทำ Dream Catcher (ตาข่ายดักฝัน) ต้องประกอบไปด้วยสิ่งที่แสดงอำนาจของ ดิน น้ำ ลม ไฟ และฟ้า ตามหลักวิชาพลังจิตของอินเดียนแดง

แต่ที่เราจะทำกันวันนี้ก็หาวัสดุตามที่เราหาได้ก็แล้วกันนะคะ ดังนั้นจะหวังผลเหมือนกับ Dream Catcher (ตาข่ายดักฝัน) ของจริงดั้งเดิมเลยคงไม่ได้นะคะ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลจ๊ะ

ยุทำเสร็จให้ลูกดูบอกแมงมุมๆ ปรากฎว่ากลัว รีบทิ้งเลย แต่พอบอกใหม่ว่าเป็นDream Catcher ไม่กลัวซะแล้ว555 สงสัยคง งง ว่ามันคืออะไร Dream Catcher เนี่ย
เอาแขวนไว้โดนลมแกว่งไปมาเพลินตาดี

img-016.jpg

เริ่มทำDream Catcher (ตาข่ายดักฝัน) กันเลยดีกว่า

img-019.jpg

วัสดุ 1.ห่วงกลมๆ(ยุใช้ลวดสปริงข้อมือกับสปริงคอค่ะ)
2. เชือกเทียน หนัง
3. ขนนก
4. หินหรืออุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆตามชอบ

ร้อยลูกปัด เสนอตอน ดาว คริสตัล หลากสี ค่ะ

November 30th, 2007

วันนี้ขอแบบไม่มีแพทเทิลนะคะ เขียนไม่ทัน อาทิตย์นี้ยุ่งมากๆ แล้วก็สำหรับตอนนี้ ข้ามขั้นตอนการสอนไปหน่อย
ไม่ได้ต่อจากบอลคราวที่แล้วเลย ถ้าใครยังทำไม่ได้ไม่เป็นไรนะคะ ค่อยๆทำไปตามลำดับเดี๋ยวก็ได้ค่ะ อย่าเพิ่งท้อนะคะ

IMG_3053.jpg

การร้อยลูกปัด ดาวคริสตัลตอนนี้เป็นการร้อยแบบสามมิติแบบแบน คือร้อยสองด้านประกบกัน ดังนั้นหน้าหลังจะเหมือนกันเลยนะคะ

เริ่มจากอุปกรณ์ ประกอบด้วย
1.เอ็น เบอร์ 0.20 หรือ0.25 ยุใช้0.25ค่ะ
2.ลูกปัด
3.คริสตัล สีต่างๆ ยุใช้ทั้งหมด 7 สีนะคะ
IMG_2602.jpg

« Previous Entries   Next Entries »


Close
E-mail It